สเตอร์ลิ่ง !!! ฝีเท้าพัฒนาแบบก้าวกระโดด

ถูกเสียงวิพากษ์วิจารย์เยอะมากในตอนที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาสู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ใหม่ๆ

ด้วยค่าตัวกว่า 50 ล้านปอนด์ ในยุคของมานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือชาวชิลีที่คุมทีม “เรือใบสีฟ้า”

อยู่ในช่วงเดือนกรกฏาคมปี 2015 ซึ่งเขาก็กลายเป็นตัวหลักในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยมทันทีตั้งแต่นั้น

แต่ฟอร์มของเขาไม่ได้น่าประทับใจมากนัก จนมาถึงในยุคของเป็ป กวาดิโอล่า ที่เข้ามาคุมทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แต่การเข้ามาของกุนซือชาวสแปนิชก็ไม่ได้ทำให้ฟอร์มของดาวรุ่งรายนี้กระเตื้องขึ้นมากนัก

เพราะผลงานในด้านของสถิติ แทบจะไม่ต่างจากฤดูกาลก่อนที่เปเยกรินี่คุมทีม โดยเล่นในทุกรายการไปเกือบ 50 นัด แต่สามารถทำประตูได้เพียง 10 ประตูเท่านั้น
แต่เริ่มฤดูกาลนี้มาไม่เท่าไหร่ ราฮีม สเตอร์ลิ่งกลับพัฒนาฝีเท้า และฟอร์มการเล่นได้อย่างโดดเด่น

สเตอร์ลิ่ง

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

โดยเขาเป็นตัวหลักในการเลือกจัดทีมลงสนามของอดีตกุนซือของบาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิคโดยตลอด

ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลลีก หรือฟุตบอลถ้วยรายการไหนก็ตาม โดยเขาจะเป็น 3 ตัวรุกเพื่อสนับสนุน 2 กองหน้าของทีมอย่างเซร์คิโอ อเกวโร่

กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ และ กาเบรี้ยล เฆซุส กองหน้าดาวรุ่ง ทีมชาติบราซิล โดยสเตอร์ลิ่งจะประสานงานร่วมกับเควิน เดอ บรอยน์

ตัวเปิดบอลเข้าทำชาวเบลเยี่ยม และ ดาบิด ซิลบา เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติสเปน ส่วนดาวเตะวัย 22 ปี

จะรับหน้าที่คอยลากเลื้อยฝ่าด่านแผงกองหลังของคู่แข่งเป็นหลัก ซึ่งช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาเขาทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีเยี่ยม

และช่วยให้เกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร้อนแรงอย่างยิ่งในเวลานี้ โดยจากการลงสนาม 8 นัดในฤดูกาลนี้

เขาสามารถช่วยทีมทำไปแล้วถึง 6 ประตู โดยเป็นการทำประตูในเกมลีกถึง 5 ประตู และกำลังเป็นรองดาวซัลโว อยู่ในเวลานี้
พัฒนาการที่ก้าวกระโดดเช่นนี้ เหมือนกับว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม เพราะเหมือนว่าเงินกว่า 50 ล้านปอนด์

ที่ทีมไปทุ่มซื้อมาเมื่อ 2 ปีที่แล้วจะไร้ค่าเสียแล้ว แต่การโชว์ฟอร์มได้แบบนี้ก็เหมือนกับการได้นักเตะใหม่หลังจากที่คิดว่าจะเป็นของเสียไปแล้ว

และยังจะส่งผลดีไปถึงทีมชาติอังกฤษที่จะทำ ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ ประเทศรัสเซีย จะเป็นเจ้าภาพในกลางปีหน้าด้วย

เพราะสเตอร์ลิ่งน่าจะเป็นไพ่ใบเด็ดอีกใบนึงที่ แกเร็ธ เซาต์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษอาจจะใช้ในทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าวก็ได้

เพราะสไตล์การเล่นของเขาค่อนข้างแตกต่างจากนักเตะอังกฤษ โดยทั่วไป